2007/Aug/02

พรุ่งนี้ต้องเดินทางแล้ว ต้องไปเจอสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยเจอหลายอย่าง ชีวิตที่ต้องเรียนรู้ก็ต้องดำเนินไปเรื่อยๆ ยังไงก็ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนมีวันเวลาที่ดี ที่น่าจดจำ ได้เดินทางไปถึงสิ่งที่หวัง มีสุขภาพดี ร่ำรวยกันทุกๆ เลย แล้วซักวันคงได้เจอกันใหม่ หวังว่ามุมๆ นึงที่เคยมีกัน คงจะกลับฝื้นคืนมีสีสันและชิวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเราได้มาพบกัน...อีกครั้ง

ขอบคุณ

2007/Jul/04

เรื่องนี้คุณๆ คงรู้อยู่แล้วว่านภคบอยู่กับ น้องเพลิน-ประทุมมาส ที่อายุแตกต่างกันถึง 10 ปี รู้จักกันตั้งแต่น้องเพลินอยู่ ม.3
จนกระทั่งลงเอยด้วยการแต่งงาน แต่ไม่ค่อยมีใครได้รู้รายละเอียดจริงๆ ว่า เพลินและนภ รัก ทะเลาะ และดูแลกันอย่างไร....

เพลินนี่ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตคุณเลย
นภ : ใช่ครับ เขาทำให้เราสงบลง ทำให้เราไม่ฟุ้งซ่าน บางทีความเป็นผู้ชายของเราที่มีกิเลสตัณหามันมีไม่รู้จบ พอกล้ามโตก็อยากจะโชว์คนอื่น เบ่งให้สาว คนโน้นดู คนนี้ดู แต่พอมาเจอเพลินแล้วรู้สึกเลยว่า เขาทำให้เราสงบ เขาคือยูนิเวิร์สของเราจริงๆ

อะไรที่คุณเจอในตัวเพลิน
นภ : ผมก็ไม่แน่ใจว่าผมเจออะไร (หัวเราะ) แต่แค่รู้สึกว่ามันค่อยๆ มาเรื่อยๆ สายตาที่เขามองเรา มันเหมือนกับที่เรามองเขา ผมมองเขาด้วยความรัก ความเอ็นดู ความรู้สึกนี้มันค่อยๆ มาเรื่อยๆ จนกลายเป็นว่าเราขาดเขาไม่ได้

เคยมีปัญหากันบ้างไหมครับ
นภ : มีปัญหาแน่ๆ แต่ก็เตรียมใจไว้แล้ว ตั้งแต่คบกัน จริงๆ แล้วดวงของผมกับเพลินนี่แรงทั้งคู่ คือเกิดเดือนเมษาฯเหมือนกัน เราเหมือนกันตรงที่มีอะไร ก็พูดออกมาหมด ผมเป็นคนปากไวด้วย บางทีพูดอะไรไปแล้วก็มานั่งเสียใจทีหลัง รู้สึกผิด แต่เราทั้งคู่ก็ไม่ค่อยจะทนกับสิ่งที่มันไม่ถูกต้องในชีวิตเท่าไหร่ ฉะนั้น บางทีก็นำมาสู่ความมีทิฐิ อย่างตอนที่ทะเลาะกันแรงๆ เมื่อ 3-4 ปีก่อนก็เพราะว่าอีโก้ทั้งคู่ ถึงขั้นเกือบจะเลิกกัน บางทีผู้ชายเราอีโก้มันสูง อย่างเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วก็ทะเลาะกันแรงมากจนเกือบจะต้องเสียเขาไป จนน้องชายมาบอกว่า “เฮ้ย! ยู ยูรู้หรือเปล่าว่ายูกำลังจะเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปแล้วนะ” ผมก็บอกว่าผมไม่เชื่อหรอก ตอนนั้นโกรธ คิดว่าเพลินก็แค่เด็กเมื่อวานซืน แต่พอมานั่งคิดดูอีกที ถึงรู้ว่าโอ้โฮ! นี่เราแพ้เขาหมดทุกประตูเลย ชีวิตเราไม่มีเขานี่เราแย่เลย ผมเชื่อว่าการที่ผมได้รู้จักเพลินทำให้ชีวิตเราดีขึ้น แต่ผมไม่ได้คบเขาเพื่อให้ชีวิตเราดีขึ้นนะ แต่เพราะว่ามีเขาต่างหากชีวิตเราถึงมีค่ากับคนอื่นได้ บางทีผู้ชายที่ทะนงตัว สุดท้ายจุดจบ ก็ไม่ต่างจากนักรบที่แม่งก็ตายอย่าง เดียวดาย เพราะอีโก้แดก แต่สำหรับผมไม่ใช่ ที่เรารบชนะมาทุกครั้งส่วนหนึ่งเลยก็เพราะเขา


แล้วกลับมาคืนดีกันได้อย่างไรครับ

นภ : บังเอิญเป็นช่วงเดียวกับที่คุณปู่ผมเสีย ผมมีโอกาสได้บวชทั้งๆ ที่ไม่ได้เลื่อมใสในพุทธศาสนาอะไรเท่าไหร่ คือคิดว่าจะบวชให้คุณปู่ตามคติความเชื่อว่าได้ทำอะไรให้ท่าน ช่วงนั้นเป็นช่วงเดียวกับที่อีโก้ของผมนี่ขึ้นไปถึงขีดสูงสุดแล้ว (หัวเราะ) ก็ไปบวชอยู่ 59 วัน การบวชครั้งนั้นเองคือการ break through barrier ของผมอย่างจัง จากนภคนเดิมที่เคยเป็นคนที่มีทิฐิสูง กลายมาเป็นคนที่ไม่มีอะไรเลย เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแบบส้นเท้าเป็นฝ่ามือได้เลย (หัวเราะ) มันทำให้เรื่องทุกอย่างคลี่คลายลง

 

เขาไม่มีจุดเสียที่เรารับไม่ได้เลยหรือ
นภ : ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่มันคือการยอมรับ ได้ เพราะเมื่อเราเปิดรับเขาเข้ามาในชีวิตเรา ก็ไม่ได้คิดเรื่องว่าเราต้องเหนือกว่าเขา ผู้ชายมักถือตัวว่าตัวเองต้องมาก่อน พอไม่ได้คิดเรื่องนั้นมันเลยกลายเป็นความกลมกลืน ผู้หญิงเขาก็มีอารมณ์ แบบพ่อแง่แม่งอน บางทีคิดอีกอย่าง พูดอีกอย่าง เพลินก็เป็น แต่เขาจะบอกเราเสมอว่า เวลามีปัญหายูต้องบอกไอเลยนะ เพราะไอเดาใจยูไม่ถูก ฉะนั้น ก็พูดกันตรงๆ แล้วเพลินเป็นคนที่แสดงออกเลยเวลาไม่พอใจ เวลาเรามารับเขาช้าก็หน้างอ เขาโกรธเราเพราะเรามารับช้า ก็ง้อซะสิ ก็จบละ แต่ถ้ามัวแต่บอกว่าไม่มีอะไร ไม่มีอะไร เดี๋ยวก็ทะเลาะกันอีก เวลาที่เราไปทำงานกับเพื่อนๆ แล้วเขาไปด้วย พอเขาเบื่อเขาก็แสดงออกมาว่าเบื่อเลย ผมก็มีหน้าที่เข้าใจว่าทำไมเขาเบื่อ ก็เพราะให้เขารอมา 3-4 ชั่วโมงแล้ว เขาก็ต้องเบื่อเป็นธรรมดา ก็ต้องง้อเขา หรือไม่ ก็พาเขากลับ


กังวลไหมครับกับชีวิตคู่
นภ : ไม่มีเลย แค่รู้สึกว่าอยากจะอยู่กับเขาไวๆ รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้เจอเขา เมื่อเช้าก็แวะไปบ้านเขา เอายาไปให้ เพราะเขาลืมยาไว้ในรถ ผมก็ไม่รู้สึกเหนื่อยที่จะต้องแวะไปบ้านเขา แต่กลับเป็นความรู้สึกที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน...ทุกวัน แต่สิ่งที่ผมกลัวอยู่ลึกๆ คือกลัวเสียเขาไป ทุกวันนี้บางทีก็คิดขึ้นมาว่า ถ้าวันหนึ่งผมต้องเสียเขาไป ผมจะเป็นยังไง ชีวิตผมคงกลับไปเป็นแบบเดิมอีก ที่ไม่แยแส ใคร คืออาจจะ lost ตัวเองไปเลย ซึ่งบอกได้เลยว่าผมยังไม่พร้อมที่จะเจออะไรแบบนี้

2007/May/20


เนื่องจากได้ติดตามผลงานของพี่เชา(เชาวเลข สร่างทุกข์) มานาน และชอบเนื้อเพลงที่พี่เค้าแต่งมากๆ เช่น Minite of love, แต่งงาน, อยากหลับตา แล้วล่าสุด บ้านของหัวใจ โดยเป็นเพลงที่ผมชอบทุกเพลงเลย แล้วได้อ่านกระทู้ที่พี่้เ้ชาได้เขียนตอบ แล้วชอบมาก เลยอยากจะเอามาแบ่งปันให้กับคนอ่าน

"อันดับแรกก็คงขอบคุณทุกคนที่ชอบก่อนแล้วกัน
ขอบคุณด้วยการยกมือไหว้ พร้อมกับน้ำตาคลอๆนะครับ

ผมเคยอ่านหนังสือที่สัมภาษณ์พี่จิกประภาส ชลศรานนท์เอาไว้
พี่เขาพูดถึงได้อย่างน่าฟังว่า เคยมีคนบอกกับเขาว่า
ถ้ามีเงินสองบาท บาทนึงให้ไปซื้อข้าว อีกบาทนึงให้ไปซื้อดอกไม้

พี่เขาหมายความถึงส่ิงที่พี่เขากำลังทำอยู่ในตอนนั้น นั่นคือการเขียนเพลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เขามีเงินมีทองจับจ่ายใช้สอย
แต่อีกสิ่งหนึ่งก็คือ เวลาที่เขาได้ยินร้านกาแฟเปิดเพลงของเฉลียงอย่างสุขใจ เห็นท้ายรถกะบะร้องเพลง เจ้าภาพจงเจริญของสามโทน เห็นคู่แต่งงานเอาเพลงคู่ทรหดไปเปิดในงาน และก็บอกว่าเพราะเพลงทำให้เขาทั้งสองตกลงแต่งงาน พี่เขาถือว่านี่คือดอกไม้ที่ให้เขาชื่นใจกับการมีชีวิต

ความสุขของผมก็ไม่ต่างกันครับ
เมื่อสักครู่ผมเพิ่งไปกินข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งมา วันนี้กินต้มยำปลาช่อนน้ำใส กับข้าวเปล่า อร่อยมากครับ
มีชีวิตรอดไปอีกวัน

ขออนุญาติเอาส่ิงที่พี่จิกบอกไว้มาให้พวกคุณฟังนะครับ
คือทั้งพี่เขาและผมก็เพิ่งเข้าใจเงินสองบาทที่มีคนพูดถึงไว้ พี่เขาเข้าใจเมื่อได้ยินเสียงเพลงที่เขาเขียนจากคนที่ร้องอย่างมีความสุข
ผมก็เข้าใจเมื่อได้มาอ่านคำชมของพวกคุณทุกคน

เงินบาทแรกนั้น ทำให้เรามีชีวิตอยู่
และเงินบาทที่สองนั้น ทำให้เรารู้ว่าเรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร

ผมเขียนเพลงเพราะมันเป็นอาชีิพ
แต่พวกคุณทำให้ผมรุ้ว่าทำไมผมถึงต้องเขียนเพลงต่อไป "

เชาวเลข สร่างทุกข์